Stochastic Oscillator หรือ STO ใช้ยังไง
คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดยังไงมาดูกันครับ
Stochastic Oscillator มีสองเส้นหลักการคร่าวๆของมันมาจากอัตราส่วนราคาปิด เทียบกับราคาสูงสุดของวัน อีกเส้นหนึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยของเส้นแรก
หนังสือเยอะมากและคนที่เปิดสัมนาเยอะมากอีกเช่นกันที่บอกให้ใช้ STO
เป็นตัว หาจุดเข้าซื้อ หรือขาย มันไม่ผิดนะ แต่มันมีจังหวะสำคัญที่จะทำให้คุณพลาดได้ถ้าใช้แบบไม่ระวัง
ก่อนจะพูดถึงว่ามันจะพลาดตรงไหน
ขอเล่าสักหน่อยว่า STO มันบอกอะไรเราได้บ้าง
Stochastic Oscillator พูดรวบให้เข้าใจง่ายๆ
มันจะเป็นตัวช่วยบอกการแกว่งของราคา ถ้าราคาปิดของวันอยู่ใกล้หรือเท่ากับราคาสูงสุดของวัน
เส้นมันจะมีค่าเข้าใกล้ 100 เข้าเรื่อยๆ
ยิ่งปิดสูงหลายวันเส้นก็จะเข้าใกล้ร้อยไปมากเท่านั้น ในขาลงก็เช่นกัน
ยิ่งปิดต่ำกว่าไฮของวัน STO ก็จะยิ่งลงต่ำเข้าใกล้
0 มากขึ้น
การใช้ Stochastic Oscillator
เช็คว่าซื้อหรือขายมากเกินไป ตรงนี้จะคล้ายๆกับ RSI จะเอาจำนวน
80, 20 หรือปรับตามตัวหุ้นยังไงก็แล้วแต่
เป็นเลขอิงโซนซื้อหรือขายมากไป แต่ขอเน้นย้ำไว้เลยว่าการที่ STO เข้าไปสู่
80 ไม่ได้หมายถึงว่า ให้ขายหุ้นออกนะ
การที่มันเข้าถึง 80
หมายความว่ามันขึ้นโคตรแรง
แล้วยิ่งมันอยู่ในโซนนี้นานเท่าไหร่ก็แสดงให้เห็นถึงความร้อนแรงและความมั่นคงของเทรนด์ที่เป็นขาขึ้น
เพราะว่ามันแสดงให้เห็นว่า กราฟราคามันรักษาการปิดที่ใกล้ไฮของวันได้เรื่อยๆ และในทางกลับกันขาลงถ้าเข้าสู่ 20 แล้วเข้าไปรับ คุณจะมีโอกาสรับมี เลือดสาดสูงนะ
เพราะมันไม่ได้หมายความว่ามันกลับตัว มันบอกเราว่ามันรักษาการลงได้ต่อเนื่องต่างหาก
บางคนเรียกว่าการไล่บน ไล่ล่าง
ไล่บนก็คือ STO อยู่เหนือ
80 เป็นเวลานาน
แสดงถึงความแข็งแกร่งของขาขึ้น
ไล่ล่างก็คือ STO อยู่ต่ำกว่า
20 นาน
แสดงถึงความแข็งแกร่งของขาลง
ความผิดพลาดที่ 1 ถ้าใช้
STO โดยกำหนดว่าเกิน
80 ให้ขายออก ต่ำกว่า 20 ให้เข้าไปรับ โอกาสเกิดเหตุการณ์
ขายหมู กับรับมีดมีสูง เพราะงั้นถ้าไปเจอที่ไหนเขาบอกแบบนี้ให้คิดให้รอบคอบ ตีความ
STO ให้แตกมากๆ
....................
ทีนี้มาดูเรื่องเส้น
%D %K ตัดกันบ้าง ผมจะไม่ไปพูดถึงว่าเส้นไหนตัดเส้นไหนให้ซื้อ
หรือขายนะครับ แต่ต้องบอกว่าวิธีนี้ พกโอกาสความผิดพลาดมาเต็มกระเป๋า
ผิดยังไงก่อนอื่นผมขอเท้าความไป เรื่องแนวรับแนวต้านสักนิด
แนวรับ หรือ แนวต้าน ที่เราได้ตีไว้
เมื่อราคาหุ้นไปถึงไปชน มันจะต้องยึกยักไม่ผ่านไปพรวดเดียว ลองนึกภาพตามไปด้วยนะครับ
แนวรับแนวต้านเป็นจุดชั่งใจ พอไปชนแล้ว
คนที่คิดว่าเบรกกับคนที่คิดว่าไม่เบรกจะสู้กัน ราคาตรงนี้จะแกว่ง
มากกว่าตรงจุดอื่น
แล้วยิ่งถ้าเป็นการจบเวฟนะครับ
ตรงจุดนี้มันมักจะสร้าง patterns ด้วย
ซึ่งราคาจะเด้งไปมาในกรอบรับต้านของ patterns นั่นหมายความว่า
ราคาสูงสุด กับราคาปิด
(ที่เราเอามาสร้าง STO) จะกลับเป็นตรงข้าม กับเทรนด์หลัก
คือมันจะกลายเป็น side way เล็กๆ คุณจะเห็น STO
กลับทิศเทรนด์ก็ตอนนี้
ซึ่งแน่นอนถ้ามันแค่เทสแนวต้านรับ
ยังไม่ได้กลับตัวจริงมันก็คือสัญญานหลอกให้คุณขายหมู หรือในกรณีขาลง
ก็หลอกให้คุณเข้าไปรับดาบซามูไร นั้นแหละครับ
เพราะสองเส้นที่ว่ามันจะตัดกันให้เห็นจนงงแน่ๆ
และนี้ก็เป็นเหตุผลที่คนจำนวนมากพูดว่า STO
มันเร็วเลยทำให้ความผิดพลาดมันเยอะ
ซึ่งที่จริงแล้วมันไม่ได้เร็วอะไรมันก็ปกติของมันแหละ แต่คนเข้าใจมันผิดเอง
เอามันไปใช้ผิดประเภท
ความผิดพลาดที่ 2 ก็คือ ในจุดแนวรับแนวต้าน
เป็นจุดที่ราคาชะลอความร้อนแรง STO มักจะส่งสัญญานการกลับตัวของราคาทันที
ทำให้เราซื้อหมาขายหมู (แล้วมันเป็นจังหวะสำคัญด้วยนะ เพราะจุดเบรก หรือจุดกลับเวฟ
ถ้าซื้อหรือขายก่อนมัน เราจะเสียโอกาสเยอะมาก)
จากความผิดพลาดที่ยกตัวอย่างมาทั้ง 2
ข้อ ก็เพียงพอที่จะก่อหายนะให้เราได้ถ้าเราใช้มันผิดหน้าที่ sto นี้อยากแนะนำให้ใช้หลักๆคือการดูความแข็งแกร่งของเทรนด์
และการยังรักษาเทรนด์เดิมไว้ได้ เป็นหลัก
1. ดูว่าถ้าอยู่โซนเหนือ 80
ให้ระวังว่าคนซื้อเยอะแล้ว อุปสงค์เริ่มน้อยลงแล้วนะ แต่อย่าเพิ่งขายทิ้ง
คนที่ขายหุ้นที่ปิด ที่ราคาไฮทุกวัน ก็แย่แล้ว มันขึ้นก็ปล่อยมันไปต่อ
2. ดูว่าถ้าอยู่ต่ำกว่าโซน 20
ให้เริ่มจับตาว่าใกล้เข้าซื้อได้ เพราะคนเริ่มขายกันมากไปแล้ว อุปทานเริ่มน้อยแล้ว
แต่อย่าเพิ่งซื้อ เพราะคงบ้าพอๆกับข้อ 1
ถ้าคุณจะเข้าไปรับหุ้นที่ราคาปิด ต่ำลงทุกวันครับ ปล่อยมันลงต่อไปเรื่อยๆ
จะเห็นว่าประโยชน์ที่แท้จริงของ
STO คือดูความแข็งแรงของเทรนด์ ถ้ามันแกว่งขึ้นลงมากๆแสดงว่ามันเป็นไซดเวย์
ผมอาจจะแนะนำทุกท่านต่างจากคนอื่น
คนอื่นถ้าเข้า 80 ให้ขาย 20
ให้ซื้อ ส่วนผมขอบอกว่า ยิ่งเข้า 80 ยิ่งให้ถือ ยิ่งลง 20
ยิ่งระวังอย่าเพิ่งไปรับ เพราะธรรมชาติ ของ STO มันเป็นแบบนั้น
อันนี้ไม่ได้บอกให้เชื่อ เพราะมันอาจจะขัดกับหนังสือหรือที่คนเขาว่าไว้กันมาก
แต่ขอให้ลองเอาไปคิดเล่นๆดู
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น