หุ้นน้องใหม่ที่น่าสนใจของวลัย ชูธรรมธัช
1. DNA
2. ARROW
3. AKP
4. TMC
5. EA
6. WHA
7. JMT
8. ANAN
9. VGI
10. CTH
Most indicators that demonstrated to invest whatever stock, gold, commodity and bond. There are 4 indicators as show in the following items.
1. MACD abbreviate to moving average convergence/divergence. EMA12 - EMA25 (EMA = Exponential Moving Average) was developed by Mr. Gerald Apple in 1979.
2. RSI = Relative strength index express the momentum of price stocks.
- RSI More than 70 represents overbought zone.
- RSI less than 30% will be shown oversold zone.
By including we should trade in the zone of less than 30%.
3. DMI = Direct movement index
4. Fast and slow stochastic
กองทุนรวมจะมี
1. บลจ. หรือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม จะกำหนดนโยบายที่ชัดเจนว่าจะนำเงินไปลงทุนในอะไรและต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ก.ล.ต. กำหนด
2. ผู้ดูแลผลประโยชน์ เป็นตัวแทนของผู้ลงทุน ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุน และทำหน้าที่รักษาสินทรัพย์ของกองทุน
3. นายทะเบียนกองทุน เป็นผู้ดูแลรายชื่อและสิทธิประโยชน์ต่างๆของผู้ลงทุน
4. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาติ ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของกองทุนรวม
ประเภทของกองทุนรวมที่พบเห็นทั่วไปจะมี 2 แบบ คือ
1. แบ่งประเภทกองทุนรวมตามการขายคืนหน่วยลงทุน
- กองทุนปิด มูลค่าสินทรัพย์สุทธิจะประกาศให้ทราบทุกวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ และนิยมจดทะเบียนซื้อขายกันในตลาดรอง, มีจำนวนหน่วยลงทุนคงที่, อายุโครงการมีกำหนดที่แน่นอน, เปิดจองครั้งเดียวเมืาอเริ่มต้นโครงการ และไม่รับซื้อหน่วยลงทุนคืน
- กองทุนเปิด, ประกาศมูลค่าทรัพย์สินทุกวัน, ไม่นิยมจดทะเบียนในตลาดรองเพราะมีสภาพคล่องอยู่แล้ว, อายุโครงการอาจมีหรือไม่มีกำหนด, จำนวนหน่วยลงทุนเพิ่มหรือลดลงได้
2. แบ่งประเภทกองทุนรวมตามนโยบายการลงทุน
- กองทุนรวมทั่วไป จะลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้เป็นหลัก
- กองทุนรวมพิเศษ
1. การหาดัชนีบ่งชี้จังหวะการลงทุนหรือ market timing index ที่เป็นต้นแบบของตัวเองให้ได้
2. ควบคุมความปรารถนาของตนเองพร้อมกับทำใจสดชื่นเบิกบานอยู่เสมอ ถ้าแพ้ต่อความอยากจิตใจจะไม่เป็นปกติและสิ่งดีๆก็จะไม่เกิดขึ้น
3. ต้องไม่หวั่นไหสเพราะความคิดของคนอื่น ต้องคิดเองและตัดสินใจเอง เริ่มจากการจดบัณทึกเหตุผล ที่ควรจะซื้อหุ้นนั้นๆ จากนั้นอ่านบันทึกนั้น และคิดทบทวนจนกว่าจะได้ข้อสรุป ว่าควรจะซื้อหุ้นนั้นจริงๆ หรือไม่ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็อย่าไปหวั่นไหว ถ้ายังไม่ได้ข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับหุ้นนั้นทำให้ตัดสินใจไม่ได้ก็ยังไม่ต้องซื้อ
4. ถ้าไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ อย่าอวดรู้
แก่นของการเล่นหุ้น ของ value investor นั้นยังอยู่ที่การหามูลค่าพื้นฐานของหุ้นและซื้อเมื่อมูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานมากพอ หรือที่เรียกว่ามี margin of safety มากพอ
เนื้อหาในหนังสือ ประกอบด้วย
บทที่ 1 ลงทุนในหลักทรัพย์ต้องทำให้เหมือนกับการเข้าหุ้นทำธุรกิจ
บทที่ 2 การวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลดำเนินการของกิจการ
บทที่ 3 หุ้นถูก - หุ้นแพง
บทที่ 4 สไตล์การลงทุน
บทที่ 5 ตีแตก
บทที่ 6 นักลงทุนเอกของโลก
วอร์เรน บัฟเฟตต์
จอร์จ โซโรส
ปีเตอร์ ลินช์
บทที่ 7 การค้นหาหุ้นที่จะซื้อขาย
บทที่ 8 เรื่องน่าห่วงในการลงทุน
บทที่ 9 การลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ
บทที่ 10 บทส่งท้าย
บทเสริม การจัดตั้งชมรมการลงทุน
*************************************************
บทเกริ่นนำ
หุ้นส่วนใหญ่ที่ ดร. นิเวศน์ เล่นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ในช่วงแรกก็จะเป็นหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะคนส่วนใหญ่ ยังจำเป็นที่จะต้องใช้ และหลังจากการลดค่าเงินแล้วก็จะเป็นหุ้นส่งออก
แง่คิดเรื่องสุดท้าย การลงทุนไม่ใช่เรื่องที่ควรจะหลบเลี่ยง ไม่ใช่เรื่องสุ่มเสี่ยง แต่เป็นศาสตร์ที่ควรมีติดตัวไว้ทุกคน
*********************************************
บทที่ 1 การลงทุนในหลักทรัพย์ต้องทำให้เหมือนกับการเข้าหุ้นทำธุรกิจ
ความแตกต่างระหว่างการเข้าซื้อหุ้น ในกิจการกับการลงทุนด้วยตัวเอง
1. ธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสอยู่รอดถึง 5 ปีนั้นมีโอกาสที่น้อยมาก
2. ธุรกิจใหม่จะไปได้ แต่ผลตอบแทนก็ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะในแต่ละธุรกิจจะมีผู้นำเท่านั้นที่ได้กำไรเกินกว่าคู่แข่ง โอกาสที่จะเป็นผู้นำทสงธุรกิจนั้นมีน้อย
ธุรกิจการส่งออกคือความหวัง
ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา มีการลดค่าเงินบาท กำลังซื้อในประเทศมีน้อย ต้องพยายามส่งออกเพราะได้เปรียบทางด้านต้นทุนการผลิต
ธุรกิจแต่ละประเภทมีธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเราสามารถแบ่งธุรกิจได้ดังต่อไปนี้ คือ
1. กลุ่มผู้ผูกขาดสินค้าอุปโภคบริโภค (consumer monopoly) ธุรกิจที่เป็นแบบผูกขาด อาทิ เช่น
- หุ้นเสริมสุข ที่ขายเป๊บซี่
- หุ้นพิซซ่า
- หุ้นไทยเพรสซิเดนท์ฟู้ด ผู้ผลิตบะหมี่สำเร็จรูปยี่ห้อมาม่า
- หุ้นวาโก้
- หุ้นของหนังสือพิมพ์มติชน
2. ธุรกิจสัมปทานหรือธุรกิจควบคุม ( Licensed business)
เป็นธุรกิจที่ต้องได้รับใบอนุญาติและการได้รับอนุญาติจะต้องทำการประมูล
- กลุ่มธุรกิจสัมปทาน คือกลุ่มบริษัทที่ได้สัมปทานในการให้บริการสาธาณูปโภคทั้งหลายแก่ประชาชนแทนรัฐบาลหรือเสริมงานรัฐบาล ธุรกิจนี้มีข้อดีคือ คู่แข่งมีจำนวนน้อยราย ส่วนข้อเสียคือ ถูกควบคุมทางด้านราคาที่ปรับได้ไม่ค่อยง่ายนัก เพราะฉะนั้นธุรกิจสัมปทานจะไปได้ดีเมื่อมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น
ธุรกิจในกลุ่มนี้เช่น
- โทรศัพท์มือถือ สถานีโทรทัศน์ ( advanc, BEC World)
- ไฟฟ้า ( EGCOM)
- น้ำ(East Water)
- ในเรื่องขอทางด่วนบางเส้นทาง
ธุรกิจเหล่านี้ถึงแม้จะมีผลกำไรใช้ได้ แต่การขยายตัวการผลิตจะต้องลงทุนค่อนข้างสูงตามการขยายตัวของรายได้เสมอ ทำให้ความน่าสนใจลดลง แต่ธุรกิจที่น่าลงทุนคือ
ลักษณะธุรกิจที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว และรับเงินปันผลที่เป็นกอบเป็นกำ ธุรกิจที่เอาแต่ขยายตัว กำไรที่เทียบกับการลงทุนไม่มาก มันจะดีต่อผู้บริหารแต่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น
3. ธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์
ในประเทศไทยธุรกิจนี้จะน่าสนใจก็ต่อเมื่อ ไม่ควรจะมีบริษัทประเภทนี้เกิน 20 แห่ง เพราะถ้าหากว่ามีมากเกินไป ก็จะเกิดการแข่งขันกันเอง ซึ่งก็คือธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ซึ่งมีเป็นร้อยๆ บริษัท
ธุรกิจเงินทุนหลักทรัพย์ยามที่เศรษฐกิจดีนั้นถือว่าน่าเล่นแต่ถ้าในยามที่เศรฐกิจไม่ดี ถือว่าหมดอนาคตไปโดยสิ้นเชิงเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับธนาคารพานิชย์ซึ่งสามารถทำธุรกิจที่บริษัทเงินทุนทำได้เกือบทุกประเภท แต่ได้เปรียบมากกว่าทั้งในด้านของต้นทุนและความเชื่อมั่นของประชาชนที่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำธุรกิจการเงิน
4. ธุรกิจธนาคารพานิชย์
ปัญหาของธุรกิจนี้คือหนี้เสียในระบบ คือธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กู้กับลูกค้า แต่ลูกค้าไม่สามารถที่จะชำระเงินคืนได้
5. ธุรกิจส่งออก
บริษัทที่ทำธุรกิจส่งออกนั้น จะต้องเป็นบริษัทที่ขายสินค้าส่วนใหญ่ให้กับลูกค้าต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 80-90% ดังนั้นอนาคตของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ครึ่งหนึ่งของผลการดำเนินงานมาจากอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราที่ไม่สามารถควบคุมได้
6. ธุรกิจมีจุดเด่น ( Niche Player )
คือบริษัทที่มีคความเก่งในการผลิตหรือการดำเนินงานแม้แต่บริษัทใหญ่ก็สู้ไม่ได้ บริษัทเหล่านี้จะมีความเข้มแข็งสามารถเอาตัวรอดได้ ถ้าไม่แพ้ภัยตัวเองหรือตัดสินใจผิดพลาด เช่น บริษัท
- TASCO ที่เป็นเจ้าของยางมะตอยไทย
- STANLY ที่ผลิตโคมไฟรถยนต์
- METCO ที่ผลิตชิ้นส่วนเครื่องเล่นวิดีโอและหลอดภาพ
- SITHAI ที่ทำผลิตภัณฑ์พลาสติกและเมลามีน
- ALUCON ที่ผลิตหลอดอะลูมิเนียมบรรจุเครื่องสำอางและเวชภัณฑ์ต่างๆ
**********************************
การลงทุนเป็นศิลปะที่ใช้
- การวิเคราะห์
- การวิจารณ์
- การคาดการณ์
- จังหวะการซื้อ
- การรอคอย
- การขาย
- ความเข้มแข็งของจิตใจในการเผชิญกับความผันผวนในโลกเศรษฐกิจการเงิน
***********************************
หากเปรียบเทียบการลงทุนด้วยวิธีการจับปลา นักลงทุนสถาบันการลงทุนของเขาเหมือนการใช้แหหรืออวนจับปลา ปลาส่วนใหญ่ที่มาติดจะมีทั้งปลาเล็กปลาใหญ่ ส่วนรูปแบบการลงทุนของผมเหมือนการใช้เบ็ด ที่ล่อให้ติดแต่ปลาใหญ่ๆ ซึ่งเป็นวิธีของศิลปิน ดังนั้นผมก็เป็นศิลปินที่มีสไตล์การเล่นเฉพาะตัว
*************************************************
การคำนวณมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น
ราคาหุ้นปัจจุบัน : 17.90
P/E ปัจจุบัน : 9.30
กำไรต่อหุ้นปี 2555 : 2.22
กำไรที่คาดการณ์ว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน : 10%
ใช้สูตรการคำนวณ
P/E ปัจจุบัน คูณ ( กำไรต่อหุ้นปีก่อน + กำไรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีก่อน) = ราคาที่น่าจะเป็นเมื่อจบปี 2556
เมื่อแทนค่า จะได้ดังนี้คือ
9.30 คูณ ( 2.22 + 0.222 ) = 22.7106 บาท
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน จากสูตร
100 - [(ราคาหุ้นปัจจุบัน คูณ 100)/ ราคาที่น่าจะเป็นเมื่อจบปี 2556] = % of margin of safety
เมื่อแทนค่าตามสูตร
100 - [( 17.90 คูณ 100)/22.7106] = 21.182%
แต่ตามเกณฑ์ เราต้องมี margin of safety ตามที่เราระบุเอาไว้ เช่น อาจจะ 30% 40% หรือ 50% ก็แล้วแต่ว่าราคาของหุ้นจะลงมาได้มากแค่ไหน
แนวทางการลงทุนในหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากงานสี่ประเภท ที่มี ลูกจ้าง คนทำธุรกิจส่วนตัว เจ้าของกิจการ และนักลงทุน โดยผู้เขียนได้กล่าวถึงนักลงทุนทั้งหมดที่มีอยู่ 7 ระดับ

